กรมการค้าต่างประเทศ
EU คุมเข้มสินค้าพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง
สหภาพยุโรป (EU) ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ EU Plastic Strategy ปี 2561 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ แผนปฏิบัติการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Action Plan) โดยออกระเบียบควบคุมสินค้าพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastic : SUP) เพื่อป้องกันและลดผลกระทบของผลิตภัณฑ์พลาสติกบางชนิดที่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลและสุขภาพมนุษย์ ตลอดจนส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน และมาตรการต่างๆ จะเริ่มทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2564 นั้น สรุปได้ ดังนี้
1. ตั้งแต่ 3 กรกฎาคม 2564:
1.1 ห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ทำจาก SUP (ส้อม มีด ช้อน ตะเกียบ เป็นต้น)
1.2 กำหนดให้สินค้าผ้าอนามัย ผ้าเช็ดทำความสะอาดแบบเปียก ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มีตัวกรอง แก้วน้ำที่จำหน่ายใน EU ต้องมีข้อมูลหรือสัญลักษณ์เพื่อบอกวิธีกำจัดขยะสินค้าดังกล่าวปรากฏบนบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์
1.3 กำหนดให้สินค้าที่มีฝาปิดทำจากพลาสติก โดยต้องมีฝาปิดติดกับภาชนะบรรจุภัณฑ์ในระหว่างการใช้งานจึงจะสามารถวางจำหน่ายได้
1.4 กำหนดให้ประเทศสมาชิก กำหนดมาตรการในประเทศเพื่อลดการใช้แก้วน้ำ และบรรจุภัณฑ์อาหารที่ผลิตจากพลาสติก ให้สอดคล้องกับนโยบายการกำจัดของเสียของ EU และแจ้งให้คณะกรรมาธิการยุโรปทราบ
2. ตั้งแต่ 5 มกราคม 2566:
กำหนดให้ผู้ผลิตสินค้าจากพลาสติก SUP ประกอบด้วย
(1) ภาชนะบรรจุอาหาร
(2) วัสดุห่ออาหาร
(3) ภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม (ไม่เกิน 3 ลิตร)
(4) แก้วน้ำ
(5) ถุงพลาสติก
(6) ผ้าเช็ดทำความสะอาดแบบเปียก
(7) ลูกโป่ง
(8) ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มีตัวกรอง
จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะจากสินค้าดังกล่าว โดยครอบคลุมค่าขนส่ง ค่าบำบัดของเสีย และค่าใช้จ่ายในการรายงานข้อมูลการจัดเก็บและจัดการของเสีย ผู้ผลิตจะต้องรายงานข้อมูลฯ ภายใน 31 ธันวาคม 2567
3. ตั้งแต่ 3 กรกฎาคม 2567:
กำหนดให้ภาชนะบรรจุเครื่องดื่มที่มีความจุไม่เกิน 3 ลิตร ที่มีฝาปิดทำจากพลาสติกจะต้องยึดฝาติดกับตัวภาชนะระหว่างการใช้งานเท่านั้น จึงจะสามารถวางจำหน่ายใน EU ได้
4. ภายในปี 2568:
กำหนดให้การผลิตขวดพลาสติก (Polyethylene Terephthalate : PET) ต้องมี ส่วนประกอบของพลาสติกรีไซเคิลอย่างน้อย 25% และเพิ่มเป็นอย่างน้อย 30% ในปี 2573
ดาวโหลดเอกสารเพิ่มเติม
24 พฤษภาคม 2564